JJS VI Stock ข้อมูลดาวมหาลัย ดาวคณะ ลีดส์มหาลัย ลีดส์คณะ เด็กเรียน

ดาววคณะชุดที่ 1 ROJNA (ปิดแฟ้มครับ)

ดาวคณะชุดที่ 1 ROJNA@9.8 มองยังไงเธอก็คือดาวคณะ ติดตามสตอรี่ทางบ้านเธอปี 2556 ให้ดีๆ 2-3 เดือนนี้เธอพักมาพักใหญ่ ที่แท้ก็เกิดจากการแปลงน้องเธอนี่เอง เธอยังคงความ สวย เลิศ เชิดหยิ่ง ไม่เสื่อมคลายครับ


ปล ขอเปิดแฟ้มใหม่ ปรับเป็นดาวคณะครับ ยังไงน้องคงเชิดต่อไป 14-15 ตอนนี้เชิดสูงสุดไว้ 13 ผลตอบแทน 44% ใน 6 เดือน และ นัองสาวเธอ rojna-w3 เชิดจาก 5 ไป 8.4 ผลตอบแทน 66% ใน 6 เดือน จากข่าวไม่ส่งเสริม boi ธุรกิจที่ใช้แรงงาน ทำให้ความน่าสนใจลดลง เธอยังคงสวยและดูดี แต่จากการเชิดมา 13 คงเดินช้าลงแหละ ไม่สมศักดิ์ศรีดาวมหาลัย เฮียจึงขอปิดแฟ้ม แต่ช่วงกลางปี ปลายปียังไงก็มี High ใหม่ครับแต่ไม่หวือหวาครับ

หนุ่มๆที่มาหลีฉัน

เฮีย jjs
ViRism
นักข่าว VI
เม่าน้อย
เซียนใหม่
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เซียนใหม่
เม่าน้อย
ViRism
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
ViRism
เม่าน้อย
นักข่าว VI
เม่าน้อย
เม่าน้อย
VI Idol
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เซียนใหม่
เม่าน้อย
VI Idol
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เซียนใหม่
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เซียนใหม่
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
ViRism
เม่าน้อย
VI Idol
เม่าน้อย
เม่าน้อย
นักข่าว VI
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
นักข่าว VI
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
VI Idol
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
ViRism
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย
เม่าน้อย

JJS VI Stock Wall - รายงานความเคลื่อนไหว สาวคนนี้ สมัครจีบสาวสวยคนนี้ ถึงจะโพสวอลได้นะครับ

The Wall

คุณต้องสมัครสมาชิก และ Log In เข้าใช้งาน ถึงจะเขียนคอมเม้นส์ได้ครับ
เฮีย jjs
Mar 17
จำใจต้องปลดบางคนไม่ใช่ไม่สวยนะ แต่มันเยอะเกิน

1.ดาวมหาลัย ROJNA เชิดจาก 9.8 ไป High 14.3 แจกท๊อฟฟี่ 45% จริงๆกลางปีน้องอาจเชิด All Time High แต่ความโดดเด่นลดลงจาก High เดิม 14.3 ปิดแฟ้มชั่วคราวครับ เพราะน้องเยอะเกิน
2.ดาวมหาลัย PTT เชิดจาก 280 ไป 340 แจกท๊อฟฟี่ 20% ไม่ใช่น้องไม่สวยไม่ดีนะครับ มี All Time High แน่แต่ความแรง ความเร็ว และ ลุคยังอัพมาเป็นดาราไม่ได้

จะพยายามคัทออกนะครับ แต่ยากจริงๆ เพราะแต่ละคนยังทำ All Time High สลับกันวันละเกือบ 15-20 คนครับ จะพยายามให้เหลือ 30-40 คนนะครับ
เม่าน้อย
Feb 23
ระทึก! ไฟไหม้วอดโรงไฟฟ้านิคมโรจนะ อยุธยา เสียหายกว่า 10 ล้านบาท-พนักงานหนีตายวุ่น!

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายใน บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด 1/73 หมู่ที่ 5 สวนอุตสาหกรรมโรจนะ โรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาล อบต. ต่างๆกว่า 30 คัน เข้าไปควบคุมเพลิง พบมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา กลุ่มพนักงานกว่า 500 คนหนีออกมาจากอยู่บริเวณด้านนอกของโรงงาน ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนไม่เข้าไปภายใน ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีสามารถควบคุมเพลิงได้ มีคนงานได้สำลักควันไก้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

สอบสวนพนักงานรายหนึ่งให้ข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุอยู่ระหว่างการก่อสร้างเชื่อมเหล็กอยู่แล้วเกิดประกายไฟไปถูกถังพลาสติก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีแล้วเกิดเพลิงไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบป้องกันเพลิงไหม้ได้ทำงานทันทีทำให้สามรรถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ดีที่ระบบแก๊สยังไม่ได้เข้าที่ระบบผลิตกระแสไฟฟ้ามีเพียงระบบน้ำเท่านั้นที่เริ่มเข้าสู่ระบบแล้ว

นายเรวัต ประสงค์ นายอำเภออุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เท่าที่เข้าไปตรวจสอบพบว่าจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้อยู่บริเวณเครื่องหล่อเย็น หรือระบบคูลลิ่ง ที่ 4 ซึ่งทำด้วยพลาสติกได้รับความเสียหายทั้งหมด ค่าเสียหายทราบจากทางเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง โรงงานยังไม่ได้เปิดทำการผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

สำหรับโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าโรจนะเพาเวอร์ อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อจำหน่ายกระแสไฟฟ้าด้วยระบบไอน้ำ กับก๊าซธรรมชาติ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ก่อสร้างเสร็จจะส่งกระแสไฟฟ้าด้วยกำลังผลิต 289.55 เมกกะวัตต์ ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 17:21 น.
เม่าน้อย
Feb 13
จากข่าวนี้ยังไงดีครับ ช่วยวิเคราะห์หน่อย (หรือหลอกเอาของ)

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ROJNA แนะนำ 'Fully Valued' ราคาพื้นฐาน 12.00 บาท

เสี่ยงโอนช้ากว่าคาด-ประเมินมูลค่าหุ้นแพง
• แม้บริษัทมียอดขายนิคมที่ดี แต่ที่ดินปราจีนบุรีพัฒนายากกว่าอยุธยาและระยอง
เพราะเป็นเนินสูงต่ำ
• การโอนทิ่ดินให้ Honda อาจต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี เพราะเราคาดว่าต้องใช้เวลา
พัฒนาสาธารณูโภคประมาณ 15 เดือน และปัจจัยที่ควบคุมเวลาไม่ได้คือ การติดต่อกับทาง
ราชการ
• ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 56 และ 57 ลงในอัตรา 23% และ 18% ตาม
ลำดับ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากรายได้โอนกรรมสิทธิ์ที่น้อยกว่าคาด
• ลดคำแนะนำเป็น เต็มมูลค่า (Fully Valued) จากเดิม ซื้อ ราคาพื้นฐานใหม่เป็น
12.00 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 56 ที่ 14 เท่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นดีมาก ปี 55 +89% YTD
ปี 56 +35% สอดคล้องกับคำแนะนำก่อนหน้า แต่ราคาหุ้นปัจจุบันค่อนข้างแพง P/E และ P/BV
ปี สูงเป็น 16.7 และ 2.5 เท่า ตามลำดับ
คาดว่ายอดขายปี 55 ที่เคยระบุ 2,850 ไร่ เป็นทั้งที่ลงนามในสัญญาแล้วและมีความ
ต้องการเบื้องต้น ดังนั้นหากนับเฉพาะที่ลงนามในสัญญาซื้อนิคมฯแล้ว เราคาดว่ายอดขายปี
55 จะอยู่ที่ 1,500 ไร่ และคาดว่าจะลงนามซื้อเพิ่มเติมในปีนี้อีก 1,500 ไร่ รวมยอดขายที่ลงนาม
ในสัญญา 2 ปี คือปี 55 และปี 56 ที่ 3,000 ไร่ ในลักษณะประมาณการที่อนุรักษ์นิยม
พื้นที่นิคมปราจีนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ศรีมหาโพธิ์ พัฒนายากกว่าในเชิงเปรียบเทียบ
นิคมฯแห่งนี้ตั้งอยูบนถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี)
ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีคือ ที่ดินมีลักษณะเป็นเนินสูงต่ำทำให้มีความใน
การพัฒนาที่ดินให้ราบเรียบ และก่อสร้างสาธารณูปโภค เช่น ถนน ไฟฟ้า และประปา ได้ยากกกว่า
นิคมฯบนทำเลอยุธยา และระยองที่บริษัทมีอยู่เช่นกัน
ลูกค้ารายใหญ่ Honda อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่จะโอนกรรมสิทธิ์ เพราะ
การพัฒนาสาธารณูปโภค เราคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน ซึ่งเกินกว่า 1 ปี จึงอาจทำให้
ไม่สามารถบันทึกรายได้นิคมฯเข้ามาทันในงวดปี 56 นี้ได้ อีกหนึ่งตัวแปรที่มีความสำคัญคือ การ
ติดต่อขอเอกสารจากทางราชการ เช่น การออกโฉนดแบ่งแยก-รวมที่ดิน การขอใบอนุญาตสภาพ
แวดล้อม (EIA) การขออนุญาตจัดตั้งโรงงานในนิคมฯ และการขอส่งเสริม BOI เป็นต้น
ปรับลดประมาณการปี 55 และ56 ให้ยอดโอนที่ดินลดลง จากเดิมเราคาด
ว่าการโอนนิคมฯในงวดปี 56 และ 57 เป็น 1,609 ไร่ และ 1,765 ไร่ แต่หลังจากปรับประมาณ
การยอดขายเฉพาะที่ลงนามในสัญญา และสะท้อนความเสี่ยงเรื่องการโอนที่ล่าช้าลง ปรับลดเป็น
1,052 ไร่ และ 1,405 ไร่ ตามลำดับ จึงส่งผลต่อเนื่องมายังปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 56
และ 57 ลงในอัตรา 23%
และ 18% ตามลำดับ
แนวโน้มกำไรสุทธิปี 56 ยังฟื้นตัว แต่ปี 57 ลดลง แม้เราได้ปรับประมาณ
การกำไรสุทธิปี 56 ลง แต่หากพิจารณากำไรปกติปี 56 เป็น 1,353 ล้านบาท ฟื้นตัวดีขึ้นมากจาก
กำไรหลักปี 55 ที่ 77 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ปี 56 มีปัจจัยบวกจากการที่โรง
ไฟฟ้าที่อยุธยา กลับมาดำเนินงานได้ปกติ และรับรู้รายได้จากคอนโด ที่จีน เฟส 2 เป็นจำนวน
มาก แต่เรากลับคาดการณ์ว่ากำไรหลักปี 57 ลดลง 22% y-o-y เนื่องจากเหลือการโอนคอนโด
จีนเฟส 2 น้อยลงแล้ว
ลดคำแนะนำเป็น เต็มมูลค่า (Fully Valued) จากเดิม ซื้อ ราคาพื้นฐาน
ใหม่เป็น 12.00 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 56 ที่ 14 เท่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นดีมาก ปี 55
+89% YTD ปี 56 +35% สอดคล้องกับคำแนะนำก่อนหน้า แต่ราคาหุ้นปัจจุบันค่อนข้างแพง
P/E และ P/BV ปี สูงเป็น 16.7 และ 2.5 เท่า ตามลำดับ อาจกล่าวได้ว่าราคาหุ้นได้สะท้อนเรื่อง
การฟื้นตัว และข่าว HONDA ไปพอสมควรแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนหลักทรัพย์ที่ลงทุนเป็น
AMATA หรือ HEMRAJ

นักวิเคราะห์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : Tel 7835
นักข่าว VI
Feb 12
ROJNAสำลักข่าวดี รับทรัพย์คอนโดฯ จีน 3 พันลบ. ขายที่ให้ HONDA 1.6 พันไร่
ROJNA ข่าวดีหนุนราคาหุ้นเพียบ หลังประกาศเตรียมรับรู้รายได้คอนโดฯจากจีน 3 พัน
ล้านบาทในปีนี้ แถมขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมปราจีนบุรีให้ HONDA อีก 1,600 ไร่ โบรกฯมั่น
ใจกำไรปีนี้โดดเด่น โตไม่ต่ำกว่า 22% แถมได้ลุ้นเงินปันผลอีก 0.50 บาทต่อหุ้น แนะลุยซื้อเต็ม
ที่ พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 15.30-15.80 บาท
เป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษจากนักลงทุน สำหรับ
บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA เพราะด้วยความโดดเด่นจากงาน
ในมือที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ยอดขายที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้ง
ในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศจีน หรือแม้กระทั้งที่ดินโรง
งานอุตสาหกรรม ที่ล่าสุด HONDA ออกมาประกาศแล้วว่าจะซื้อที่ดินของ ROJNA ในจังหวัด
ปราจีนบุรีกว่า 1.6 พันไร่ เพื่อตั้งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ ทั้งนี้ ราคาหุ้น ROJNA ปิดการซื้อขาย
วานนี้ ที่ระดับ 13.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.21% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 100.37 ล้านบาท

รับเน้นๆ 3 พันลบ.จากคอนโดฯในจีนเฟส 2
นางสาวอมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน)
หรือ ROJNA เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมในฉางโจว
ประเทศจีน เฟสแรกได้ปิดการขายไปหมดแล้ว ซึ่งในเฟส 2 ได้เริ่มทยอยโอนให้ลูกค้าได้บางส่วน
ตั้งแต่ปลายปีก่อน และก็คาดว่าจะสามารถโอนให้ลูกค้าได้ครบทั้งโครงการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
โดยในเบื้องต้นบริษัทฯ จะรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวเกือบ 3 พันล้านบาทในปีนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังไม่มีแผนที่จะขยายโครงการใหม่ เนื่องจากต้องพิจารณาเกี่ยวกับ
ภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีน รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินและแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
จึงต้องระมัดระวังในเรื่องของการลงทุนก่อน

มั่นใจ เยนอ่อนค่าไม่กระทบการลงทุน
นางสาวอมรา เปิดเผยถึงกรณีที่ค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่นส่งสัญญาณอ่อนค่าว่า ในเบื้อง
ต้น พบว่าไม่มีผลกระทบกับแผนการลงทุนของผู้ประกอบการประเทศญี่ปุ่นที่จะเข้ามาลงทุนตั้ง
ฐานการผลิตในประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นได้ประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติ ส่ง
ผลให้เกิดการขาดแคลนทั้งในเรื่องของแรงงานและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะไฟฟ้า
แต่หลังจากที่ได้ปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงจึงเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องออกมา
ลงทุนนอกประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น แม้ว่าค่าเงินเยนจะอ่อนค่าก็ตาม เพราะข้อดีคือช่วยกระตุ้นภาค
การส่งออกของญี่ปุ่น
' การที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะมีผลต่อการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งเท
รนด์ของการเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทยและอินโดฯ มีมาก่อนที่ค่าเงินเยนจะอ่อนค่า และ
ขณะนี้ก็ยังมีแนวโน้มที่นักลงทุนญี่ปุ่นจะเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยมากขึ้น เพราะ
ระบบสาธารณูปโภคในประเทศ และแรงงานยังคงมีศักยภาพและเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนต่าง
ชาติ' นางสาวอมรา กล่าว

เล็งตั้งนิคมในอาเซียน
นางสาวอมรา เปิดเผยว่าบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการลงทุนก่อตั้งนิคม
อุตสาหกรรมในประเทศแถบอาเซียน เนื่องจากยังมีศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีมาก
โดยเฉพาะในแง่ของการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ยังไม่ได้เร่งสรุปในเร็วๆนี้ เพราะต้อง
พิจารณาถึงจังหวะในการลงทุนเป็นสำคัญ
'ตอนนี้ก็ยอมรับว่ากำลังศึกษาลู่ทางในการที่จะเข้าลงทุนก่อตั้งนิคมฯในประเทศแถบอา
เซียน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเข้าไปลงทุนในประเทศใด เพราะต้องขึ้นอยู่กับจังหวะในการลงทุน ซึ่ง
ธุรกิจนิคมฯ เป็นธุรกิจที่เราคุ้นเคยและการลงทุนในอาเซียนก็เป็นสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว' นางสาว
อมรา กล่าว
ด้านยอดขายที่ดินปีนี้ ตั้งไว้ที่ 1.5 พันไร่ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายยอดขายที่ดินในช่วง 2 ปี
(2555-2556) อยู่ที่ 3 พันไร่ ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนที่เข้ามาใช้ฐานการ
ผลิตในไทย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งงบลงทุนปีนี้ 3 พันล้านบาท แบ่งเป็น งบลงทุนพัฒนาที่ดินในนิคมฯ จังหวัด
ปราจีนบุรี 2 พันล้านบาท หลังก่อนหน้านี้บริษัทฮอนด้า ได้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในพื้นที่ดัง
กล่าว ซึ่งแนวโน้มต่อไปอุตสาหกรรมชิ้นส่วนก็จะเข้ามาตั้งโรงงานเพิ่ม เพื่อรองรับการผลิต ขณะที่
นิคมในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ใช้เงินลงทุนราว 1 พันล้านบาท เพื่อเป็นการรองรับลูกค้า
ที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเงินลงทุนจะมาจากการกู้จากสถาบันการเงินสัดส่วนประมาณ 70-
80% ที่เหลือจะนำมาจากกระแสเงินสดของบริษัทฯ

ส้มหล่น HONDA เตรียมตั้งโรงงานในพื้นที่ ROJNA กว่า 1.6 พันไร่
ทางบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ผู้บริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต
และจำหน่าย รถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เผยโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ของฮอนด้า จะตั้งอยู่
ใน พื้นที่ ของบมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ที่จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ราว 1.6 พันไร่ เบื้องต้นมี
มูลค่า 17,150 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 1.2 แสนคันต่อปี กำหนดเปิดเดินสายการผลิตในปี 58
พร้อมขยายกำลังการผลิตที่โรงงานอยุธยา
ทั้งนี้นักลงทุนอาจเข้าใจว่านิคมฯที่ขายให้ HONDA 1,600 ไร่ เป็นยอดขายปีนี้ แต่ใน
ความเป็นจริงบริษัทได้ขายไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ HONDA เพิ่งประกาศ รวมยอดขายปีที่แล้ว
ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,850 ไร่ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี 54 ที่ขายได้ 400 ไร่
ซึ่งเป็นระดับปกติของบริษัท อาจกล่าวได้ว่ายอดขายปี 55 สูสีกับอันดับ 1 คือ AMATA ที่ขายได้
2,800 ไร่ในปี 55 เพราะตั้งแต่บริษัทขยายทำเลนิคมฯในเขตน้ำไม่ท่วมคือ ระยอง และ
ปราจีนบุรี ก็ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่ต้องติดตามต่อมาคือ
1) นิคมฯที่ HONDA ซื้อ นั้นมีขนาดใหญ่มาก จะสามารถโอนกรรมสิทธิ์หรือเป็นรายได้
ในปีนี้ทันหรือไม่ แต่จากการสอบถามบริษัท คาดว่าจะรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปในระยะเวลา
2-3 ปีข้างหน้า อันเป็นไปตามความคืบหน้าการก่อสร้างสาธารณูปโภค และดำเนินการด้าน
เอกสารกับทางการ จึงมีส่วนทำให้ผลการดำเนินงานออกมาดีในอนาคต 2) เมื่อมีค่ายยานยนต์ไป
ตั้งโรงงาน ก็จะมี Suppliers ที่ทำชิ้นส่วนยานยนต์ตามมาซื้อนิคมฯจาก ROJNA อีกมาก
คำแนะนำ ซื้อเพราะเห็นว่าปัจจุบัน ROJNA เป็นผู้นำตลาดนิคมฯปราจีนบุรีที่ใหญ่ที่สุดใน
ไทย ปัจจุบันมีที่ดินในมือประมาณ 2,200 ไร่ อนาคตจะขยายเป็น 7,000 ไร่ ราคาพื้นฐานเป็น
15.60 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 56 ที่ 14 เท่า และรวมประมาณการกำไรแฝงจากที่ดินเปล่า
ที่สุขุมวิทและรัตนาธิเบศร์ ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 18% ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผล
ปี 56 น่าพอใจเป็น 2.9% คาดว่ากำไรหลักในปี 56 จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่จัดตั้งบริษัท
มาที่ 1.7 พันล้านบาท เทียบกับปี 55 ที่มีกำไรหลักเพียง 122 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบทาง
ลบจากน้ำท่วมปี 54

ลุ้นกำไรปี 56 โต 22% แตะ 1,568 ลบ.
บล.ฟินันเซียไซรัส เปิดเผยว่า ROJNA ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น
15.80 บาท จาก 12.90 บาท จากการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2556 ขึ้น 22% เป็น
1,568 ล้านบาท (+30% Y-Y) เพราะบริษัททำยอดขายปีก่อน (2.85 พันไร่) ได้ดีกว่าเป้า (1.7
พันไร่) จึงส่งผลต่อการรับรู้รายได้ที่มากขึ้นในปีนี้ ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าขายไม่ต่ำกว่า 1.5 พันไร่ (ฝ่าย
วิเคราะห์คาด 1.3 พันไร่) สำหรับกำไรในไตรมาส 4/2555 คาด -53% Q-Q หลังโอนที่ดินไป
มากแล้วในช่วง 9M55 แต่ดีขึ้นมาก Y-Y เพราะ ไตรมาส 4/2554 ถูกกระทบจากน้ำท่วม ยังคง
แนะนำซื้อ

เตรียมจ่ายปันผล 0.50 บาท/หุ้น
ทางบล.เคจีไอ ได้แนะนำซื้อ ROJNA โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 15.30 บาท เนื่อง
จากราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นมานี้ยังไม่สะท้อนแนวโน้มที่ดีขึ้นทั้งหมด เนื่องจากยอดขายที่ดินที่แข็ง
แกร่งในปี 2555 และแรงส่งที่ต่อเนื่องในปี 2556 รวมไปถึงโรงไฟฟ้าของบริษัทที่คาดว่าจะกลับ
มาเปิดดำเนินการตามปกติได้ในครึ่งแรกของปีนี้ ทั้งนี้เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี
2556 ขึ้นอีก 20% เป็น 1.72 หมื่นล้านบาท โดยเราคาดว่า ROJNA จะจ่ายเงินปันผล 0.50 ต่อ
หุ้นหรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 3.9% ในปีนี้ ในขณะที่เราคาดว่ากำไรสุทธิใน
ไตรมาสที่ 4/55 จะอยู่ที่ 167 ล้านบาท ลดลง 50.2%QoQ จากยอดโอนที่ดินที่ลดลงในไตรมาส
นี้แต่พลิกกลับเป็นกำไรจากที่ขาดทุนสุทธิ 1.2 พันล้านบาทในไตรมาสที่ 4/54
ROJNA เปิดเผยว่ายอดขายที่ดินในปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 2,850 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่าง
มากจาก 416 ไร่ในปี 2554 ซึ่งเป็นผลมาจาก 1) อุปสงค์ที่ดินที่แข็งแกร่งต่อที่ดินในนิคมฯ แห่ง
ใหม่ที่ระยองและปราจีนบุรี 2) อุปสงค์ที่ดินที่ฟื้นตัวของนิคมฯ ที่อยุธยาหลังจากที่ความเชื่อมั่น
ของนักลงทุนเริ่มกลับคืนมา ในปี 2556 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินเอาไว้ที่ 1,000 ไร่ จากอุป
สงค์ที่ของที่ดินที่แข็งแกร่งจากนักลงทุนชาวญี่ปุ่น และอุปสงค์จากสร้างโรงไฟฟ้า SPP และ
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
ทั้งนี้คาดว่ากำไรสุทธิของ ROJNA ในไตรมาสที่ 4/55 จะลดลง QoQ แต่พลิกกลับเป็น
กำไรจากที่ขาดทุนสุทธิในไตรมาสที่ 4/54 โดยเราคาดว่า ROJNA จะรับรู้รายได้จาก backlog
ประมาณ 80-100 ไร่ในไตรมาสนี้ และคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิ 167 ล้านบาท ลดลง 50.2%
QoQ แต่พลิกเป็นกำไรจากที่ขาดทุนสุทธิ 1.2 พันล้านบาทในไตรมาสที่ 4/54 ทั้งนี้เราได้รวม
กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ของ TICON ในไตรมาสที่ 4/55 เอาไว้ในประมาณการแล้ว
สำหรับกำไรสุทธิในปี 2555 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 554 ล้านบาทใน
ปี 2554
ROJNA ได้ขาย “RDP Property Development Co.,Ltd” ซึ่งเป็นบริษัทลูกใน
ประเทศจีนออกไปที่ราคา 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 974 ล้านบาท
โดยเราคาดว่าบริษัทจะรับรู้กำไรจากการขายบริษัทลูกแห่งนี้ประมาณ 200 ล้านบาทในไตรมาสที่
1/56
อย่างไรก็ตามได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2555 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.5% เป็น 1.2 พัน
ล้านบาท และปรับเพิ่มประมาณการปี 2556 ขึ้น 20% เป็น 1.7 พันล้านบาท จากการที่บริษัทตั้ง
เป้าหมายยอดขายที่ดินใหม่ไว้ที่ระดับสูง และการที่โรงไฟฟ้าของบริษัทจะกลับมาเปิดดำเนินการ
ตามปกติ ซึ่งทำให้เราปรับสมมติฐานยอดขายที่ดินปี 2555 ขึ้นจาก 1,500 ไร่ เป็น 2,850 ไร่
และปรับสมมติฐานปี 2556 ขึ้นจาก 1,000 ไร่ เป็น 1,300 ไร่



ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 12/02/13


เม่าน้อย
Feb 7
ช่วยเอาน้อง w3 ไปด้วยนะ
วิ่งตัวปลิวไม่สนใจน้อง 3 เลย
เม่าน้อย
Feb 7
ข่าวดีมาเพียบเลย
นักข่าว VI
Feb 6
กำลังจะมาโพสข่าวนี้เลยคะ
เม่าน้อย
Feb 6
FSS Research : ROJNA: ฮอนด้าประกาศลงทุนเพิ่มกว่า 20,060 ล้านบาทในไทย สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมขยายกำลังการผลิตที่อยุธยา รวมในประมาณการแล้ว คงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2013E ที่ 15.80 บาท PE 16 เท่า
----------------------------

ฮอนด้าประกาศลงทุนเพิ่มกว่า 20,060 ล้านบาทในไทย สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมขยายกำลังการผลิตที่อยุธยาประกาศสร้างโรงงานแห่งใหม่ ด้วยเงินลงทุนกว่า 17,150 ล้านบาท ด้วยกำลังการผลิต 120,000 คันต่อปี ลงทุนเพิ่มอีก 2,910 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานอยุธยาให้เป็น 300,000 คันต่อปี ในปี 2557 ส่วนในปี 2558 เมื่อรวมกำลังการผลิตโรงงานทั้ง 2 แห่ง ฮอนด้าจะมีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 420,000 คันต่อปี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยและการส่งออก (Efinancethai)

ความเห็น
• ฮอนด้าได้ซื้อที่ดินเพื่อขยายกำลังการผลิตทีนิคมปราจีนบุรีของ ROJNA ไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2012 ซึ่งรวมอยู่ในคาดการณ์ของเราแล้ว
• โดย ROJNA รายงานว่ามียอดขายและเซ็นสัญญาขายที่ดินจากผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่นิคมปราจีนบุรีรวม 2.2 พันไร่ในปี 2012
• แต่การประกาศอย่างเป็นทางการในการลงทุนขยายกำลังการผลิตของฮอนด้า น่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น

คำแนะนำ
คงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2013E ที่ 15.80 บาท PE 16 เท่า
ViRism
Feb 5
น่าจะเป็นผลดีกับ rojna หรือป่าวคับ

TICONปันผลสูง-ราคาถูก
กองทุนอสังหาฯดันQ4โต

วันอังคารที่ 05 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 10:40:03 น.
ผู้เข้าชม : 663 คน


บล.กสิกรไทยระบุในบทวิเคราะห์คาดว่ากำไรในไตรมาส 4/55 ของบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON จะเติบโตโดดเด่น หลังผู้บริหารยืนยันการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ TFUND และ TLOGIS รวม 3.5 พันล้านบาท (แบ่งขาย 2 ส่วน เข้าพ.ย. และธ.ค.) ขณะที่บริษัทมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 6.4 และ 8.2% ในปี 55 และ 56 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังซื้อขายเพียง 9.8x และ 8.0x PER ในปี 55 และ 56 ตามลำดับ
เม่าน้อย
Jan 31
Jan 29
ตัวนี้เคยเกือบปล่อยไปตอนสิบบาท ดีที่เฮียบอกไว้ก่อน ตอนนี้กอดแน่นเลย ^^
เม่าน้อย
Jan 28
ผมว่าเป้า 16-18 กลางปี ให้อย่างช้าเลยครับ อิอิ
เม่าน้อย
Jan 27
เดี๋ยวจะไปรับกลับครับ
เฮีย jjs
Jan 27
เท่าที่ศึกษา ไม่ได้ยกเลิก boi ทั้งหมด ยกเลิกเฉพาะที่ใช้แรงงานสูงๆ พวกที่ใช้เทคโนโลยีต่ำๆ ส่วนพวกโฮเทค เทคโนโลยียังส่งเสริมอยู่ ผลกระทบอาจไม่มาก ขอเปิดแฟ้มกลับครับ ลดจากดาวมหาลัย เป็นดาวคณะ เป้าในใจเฮีย 16-18 ปลายปีครับ
เม่าน้อย
Jan 26
มีวันนี้เพราะเฮียให้ ขอบคุณเฮียjjsครับ
เม่าน้อย
Jan 25
วันนี้ทำนิวไฮ ที่ 13.2 ถ้าคิดว่าราคาไปได้ถึง 15 ก็น่าถือไว้ต่อนะ
ดีที่ยังไม่ขาย อิอิ กะดูอาทิตย์หน้า
เซียนใหม่
Jan 24
ยังอาลัยอาวรณ์น้องอยู่ ตัวนี้ไม่อยากขายจริงๆครับ
เม่าน้อย
Jan 24
T-T ได้ค่าขนมมานิดหน่อยเอง แต่ยังไงก็ขอบคุณ คุณJJS มากครับ ^ ^
เม่าน้อย
Jan 24
น่าเสียดายอย่างมากครับ ขอบคุณสำหรับข่าวนะครับ
เฮีย jjs
Jan 24
ข่าวนิคมมาแล้ว เสียดายตอนแรกมอง Rojna 18-20 พอมีมาตรการณ์ออกมา คงเชิดได้ 14-15 เพราะนักลงทุนต่างชาติที่ใช้แรงงานมาก คงหันไปหาประเทศที่สนัยสนุน boi ย่านเพื่อนบ้านแทนครับ พร้อมปิดแฟ้มดาวมหาลัยครับ

บล.เอเซียพลัส : กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ให้น้ำหนัก “เท่ากับตลาด”

BOI เปลี่ยนแผนส่งเสริมการลงทุนปี 2556-60 ให้สิทธิ์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการ
ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2556-2560) ให้สอดคล้องกับ
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 และแผนพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ โดยแนวทางหลักจะเป็นการส่ง
เสริมแบบมีเป้าหมายมากขึ้น โดยเฉพาะกิจการที่เป็นประโยชน์กับประเทศ และที่จะพัฒนาความ
สามารถในการแข่งขัน เช่น R&D, สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ขณะที่ BOI จะยกเลิกการส่งเสริมสำหรับ
กิจการที่ใช้แรงงานในสัดส่วนสูง และไม่มีการใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ไม่ซับซ้อนราว 80
กิจการ รวมถึงการยกเลิกการส่งเสริมที่อิงกับเขตพื้นที่ (Zoning) ซึ่งประกอบด้วยเขต 1-3 มา
เป็นการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาคต่างๆ อาทิ กลุ่มอากาศยาน อาหารแปรรูป
ยางพารา วิทยาศาสาตร์ ฯลฯ ทั้งนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวคาดว่าจะประกาศช่วงกลางปี 2556 และให้
ภาคเอกชนรับรู้และปรับตัวระยะหนึ่งก่อนมีผลบังคับใช้

คาดกระทบฐานลูกค้า ยอดขายที่ดิน และกำไรของกลุ่มนิคมฯเล็กน้อย
เบื้องต้นฝ่ายวิจัยเห็นว่าการปรับเปลี่ยนการส่งเสริมการลงทุน BOI จะกระทบต่อบริษัท
ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในวงจำกัดและในระยะยาว เพราะนิคมฯที่จดทะเบียนในตลาดส่วนใหญ่
ตั้งอยู่ในเขตภาคกลางและตะวันออก ซึ่งเน้นลูกค้ากลุ่มยานยนต์ อิเล็คทรอนิกส์ โรงไฟฟ้า และ
อุปโภคบริโภค ซึ่งน่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ต่างจากหลักเกณฑ์เดิมมากนัก ขณะที่การขอจัด
ตั้งนิคมฯใหม่และส่วนขยายนิคมฯน่าจะยังได้รับการส่งเสริมเหมือนเดิม เพราะเข้าข่ายสร้าง
ประโยชน์ให้แก่ประเทศ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองที่ดีต่อยอดขายที่ดินปี 2556 โดยคาดว่าจะ
ยังอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 5 พันไร่ หลังสร้าง New High ในปี 2555 ที่ 7.8 พันไร่ (เกิดจาก ROJNA
ขยายนิคมฯใหม่ 2 แห่ง และมีรายการขายที่ดินขนาดใหญ่) โดยได้รับอนิสงค์จากการเปิดเสรีการ
ค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี 2558 ที่ไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่เป็นจุดศูนย์
กลาง และอุตสาหกรรมต่างๆของไทยมีความแข็งแกร่ง จึงเชื่อว่าต่างชาติจะใช้ไทยเป็น Hub of
ASEAN ด้านโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมโยง Supply Chain ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับแผน
การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่น 10 ล้านล้านเยน จะช่วยให้นักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งเป็นลูกค้า
อันดับหนึ่งของกลุ่มนิคมฯ สามารถมีแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำเพื่อใช้สร้างโรงงานได้ง่ายขึ้น สำหรับ
ผลประกอบการของกลุ่มปี 2556 คาดว่าจะโดดเด่นจากยอดรับรู้รายได้ที่เติบโตระดับสูง จาก
Backlog ณ สิ้น 3Q55 สะสมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรจากการดำเนิน
งานปี 2556 ของกลุ่มไว้ที่ 7.6 พันล้านบาท เพิ่ม 36% YoY

ลดน้ำหนัก “เท่ากับตลาด” เลือกลงทุน ROJNA และเก็งกำไร MDX
ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาหุ้นในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรง (AMATA 25%,
HEMRAJ 23%, ROJNA 20% และ TICON 19%) จนราคาใกล้ Fair Value เกือบทั้งหมด
ซึ่งฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มที่จะปรับลดคำแนะนำลงในอนาคต ขณะที่ยอดขายที่ดินน่าจะผ่านจุดสูงสุด
ในปี 2555 มาแล้ว ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดน้ำหนักการลงทุนกลุ่มนิคมฯเป็น “เท่ากับตลาด” จาก
เดิม “มากกว่าตลาด” โดยเลือกหุ้นที่มี Upside เหลือมากกว่า 10% อย่าง ROJNA (FV@฿
14.18) เป็น Top Pick และแนะนำให้เก็งกำไรหุ้นนิคมฯขนาดเล็กอย่าง MDX (FV@฿
11.88) ที่คาดว่ากำไรจะเติบโตจากส่วนขยายโรงไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบูน 290MW ที่
ประเทศลาว
Pages: 1 2 3 4 5 6 7 8 »

RSS

No content